บทที่ 2 งานแต่งงานของคนคนเดียว
ในขณะเดียวกัน นายหญิงแห่งตระกูลบุญศิริกำลังเสาะหาเจ้าสาวให้แก่ธนวัฒน์โดยเสนอสินสอดราคาสูงลิ่ว
ทันทีที่ วนิดา แม่เลี้ยงของเธอทราบเรื่อง จึงรีบจับเธอแต่งเข้าตระกูลบุญศิริ เพื่อแลกกับสินสอดก้อนโต
แม่เลี้ยงพล่ำรำพันทั้งน้ำตาบอกว่านางก็ถูกบีบบังคับจนต้องทำแบบนี้ และที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อช่วยให้บริษัทของพ่อฟื้นคืนชีพขึ้นมา ทุกอย่างก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลสินธร
แต่หทัยทิพย์รู้ดีว่านี่คือแผนการของสองแม่ลูกที่จะกำจัดเธอออกจากตระกูลสินธรอย่างถูกกฎหมาย!
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าแฟนหนุ่มที่พร่ำบอกว่ารักเธอสุดหัวใจและจะมีเธอเพียงคนเดียว กลับทรยศหักหลังเธอได้อย่างเลือดเย็นที่สุด!
เขามองเธอเป็นเพียงคนโง่เง่าที่หลอกปั่นหัวอย่างไรก็ได้!
มิน่าล่ะภาวิตถึงไม่ยอมหนีไปกับเธอ
เขายังกล้าเสนอหน้ามาบอกให้เธอแต่งงานเข้าบ้านนั้นไปก่อน รอจนธนวัฒน์ตายแล้ว ถึงตอนนั้นเขาจะแต่งงานกับเธอ
ที่แท้ก็แค่ต้องการรั้งเธอไว้เท่านั้น
เพราะความจริงคือเขาแอบไปหาความสุขอยู่กับคนอื่นตั้งนานแล้ว
ภาพความสุขในอดีตถูกฉีกกระชากหายไปราวกับหน้ากากที่หลุดลอก
หทัยทิพย์ยืนพิงกำแพงอย่างคนหมดแรง หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบจนแหลกละเอียดเป็นชิ้น ๆ
พ่อป่วยหนัก แฟนหักหลัง แถมตัวเองยังถูกผลักไสให้ไปแต่งงานกับคนที่ใกล้จะตาย
ชีวิตของหทัยทิพย์ทำไมถึงได้น่าสมเพชเช่นนี้?
“ภาวิต ฉันกับยัยพี่สาวคนนั้น ใครดีกว่ากันคะ?”
“อย่าพูดถึงยัยแก่หัวโบราณนั่นเลย ผอมแห้งไม่มีน้ำมีนวล จืดชืดน่าเบื่อจะตายไป สู้พิมของผมก็ไม่ได้ เย้ายวนจนผมคิดถึงแทบทนไม่ไหวทุกคืน”
“ภาวิต คุณนี่ร้ายจริง ๆ” เสียงของพิมลดาค่อย ๆ แผ่วต่ำลง เจือไปด้วยเสียงครางกระเส่าที่ทำให้คนฟังหน้าแดงใจสั่น
เสียงบทรักอันเร่าร้อนของคนทั้งสองในห้องยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่างสองร่างพันเกี่ยวกันอย่างแนบแน่น
หทัยทิพย์ยืนตัวตรง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แววตาฉายประกายเย็นเยียบ
เดิมทีเคยคิดว่าภาวิตจะเป็นที่พึ่งพิงของเธอไปทั้งชีวิต
แต่กลับไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอการหักหลังที่เจ็บปวดถึงเพียงนี้
หทัยทิพย์อยากจะผลักประตูเข้าไป แต่คิดไปคิดมา เธอก็หมุนตัวกลับเดินตรงไปยังห้องแต่งตัว
ที่ผ่านมาเธอคงโง่เขลาเกินไป เพียงเพราะไม่อยากให้พ่อต้องลำบากใจ ไม่ว่าเธอจะถูกแม่เลี้ยงและน้องสาวกลั่นแกล้งสารพัดแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะอดทนอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ซ้ำยังยอมแบกรับความไม่ยุติธรรมทุกอย่างไว้เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตระกูลสินธร
แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ยอมให้ใครมาปั่นหัวราวกับคนโง่อีกแล้ว!
สิ่งใดที่เป็นของเธอ เธอจะทวงคืนกลับมาให้หมด!
หทัยทิพย์กลับไปที่ห้องแต่งตัว เธอจัดระเบียบเสื้อผ้า แต่งหน้าใหม่ และจัดทรงผมหน้ากระจก
เมื่อมองดูตัวเองในกระจกที่ทั้งสวยสง่าและเย็นชา หทัยทิพย์ก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่ในใจแล้ว
ละครฉากใหญ่ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
พิธีแต่งงานเริ่มขึ้น
หทัยทิพย์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ คลุมด้วยเวลบางเบา มือเรียวถือช่อดอกไม้ ก้าวเดินเข้าสู่ห้องพิธีอย่างสง่างามท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลง
ทว่าบนเวทีกลับไร้เงาเจ้าบ่าว....
หทัยทิพย์กล่าวคำสาบาน ก่อนจะหยิบแหวนแต่งงานขึ้นมาสวมให้ตัวเองด้วยมือที่มั่นคง
แขกเหรื่อในงานต่างพากันกระซิบกระซาบ และมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกประหลาด
เธอไม่สนใจแม้แต่น้อย
และทำพิธีทั้งหมดจนจบเพียงลำพัง
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของธนวัฒน์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเอ ไม่มีใครกล้ามาดูถูกเธออีก
แม้ว่าสามีหมาด ๆ ของเธอ ชายผู้เคยมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองเอ จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานก็ตาม
งานแต่งงานสิ้นสุดลง
หทัยทิพย์ถูกส่งตัวมายังวิลล่าสุดหรูของธนวัฒน์
คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านมหาเศรษฐี มีมูลค่าสูงกว่าพันล้าน
หทัยทิพย์เดินตามป้าสมศรีเข้าไปยังห้องนอนของธนวัฒน์
ธนวัฒน์กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงใหญ่
เครื่องหน้าของเขาคมคายลุ่มลึก แม้ดวงตาจะปิดสนิทอยู่ในห้วงนิทรา ทว่าระหว่างคิ้วก็ยังคงแผ่รังสีแห่งความสูงศักดิ์ออกมา
เนื่องด้วยต้องนอนติดเตียงมาเป็นเวลานาน ผิวของเขาจึงดูขาวซีดกว่าคนทั่วไป
ความขาวนั้นราวกับเครื่องกระเบื้องเครือบสีขาวชั้นเลิศที่เผาจากเตาเผาโบราณนับพันปี ผ่านการหลอมจนก่อเกิดเป็นความงามอันไร้ที่ติ
ประดุจเทพเซียนจุติลงมายังโลกมนุษย์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเปราะบาง
ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงหล่อเหลาจนไม่อาจละสายตาไปได้
หากไม่ใช่เพราะเขากลายเป็นเจ้าชายนิทราที่ไร้ทางฟื้น ตำแหน่งภรรยาของเขาก็คงไม่มีวันตกมาถึงมือหทัยทิพย์
บรรดาสาวงามจากตระกูลดังในเมืองเอ ใครบ้างที่ไม่ปรารถนาจะแต่งงานกับเขา?
ก่อนจะล้มป่วย เขาคือผู้กุมอำนาจบริษัท เอสที กรุ๊ป เป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลล้นฟ้าในเมืองเอ
เขาคุ้นเคยกับการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด และจ้องมองลงมายังผู้คนเบื้องล่าง
มีข่าวลือหนาหูว่าเขาเหี้ยมโหด ไร้ความปรานี มีอิทธิพลทั้งในโลกมืดและโลกสว่าง ใครที่กล้าลองดีกับเขามักไม่มีจุดจบที่สวยงาม
หทัยทิพย์ไม่เคยคาดฝันว่าวันหนึ่งจะต้องมาแต่งงานกับบุคคลในตำนานอย่างธนวัฒน์
ขณะที่เธอกำลังจ้องมองธนวัฒน์ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงอย่างเหม่อลอย ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออกทันที
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นภาวิต!
เขาพรวดพราดเข้ามา คว้าข้อมือของหทัยทิพย์ไว้แน่น
“ทิพย์ ผมขอโทษ! วันนี้ผมถูกจับตามองตลอดเวลาจนปลีกตัวมาไม่ได้เลย เพิ่งจะมีโอกาสมาหาคุณเอาตอนนี้”
เมื่อก่อนหทัยทิพย์มักถูกท่าทีแสร้งรักจริงหวังแต่งแบบนี้หลอกลวงเสมอ ราวกับมีอะไรมาบังตาไว้
หทัยทิพย์สะบัดมือออก พลางมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
แค่นเสียงเย็นชา “ภาวิต ฉันแต่งงานกับอาของคุณแล้ว ตอนนี้คุณควรจะเรียกฉันว่าอะไร ต้องให้ฉันสอนไหม?”
“ทิพย์ อย่าทำแบบนี้สิ ที่ผมไม่พาคุณหนี ก็เพราะไม่อยากให้คุณไปลำบาก ถ้าเราหนีไปด้วยกัน ผมจะไม่ได้สมบัติตระกูลบุญศิริแม้แต่สลึงเดียว แถมพวกเขายังจะส่งคนตามล่าเราไปทั่วโลก ผมทำทั้งหมดก็เพื่อความสุขของคุณนะ!”
หทัยทิพย์กอดอก มองเขาอย่างเย็นชา “พูดต่อสิ”
ภาวิตเมื่อเผชิญหน้ากับหทัยทิพย์ในตอนนี้ ก็เริ่มเดาใจเธอไม่ถูก
เขากลืนน้ำลาย มองหทัยทิพย์ที่นิ่งเฉยตรงหน้า ก่อนจะกัดฟันพูดต่อ “ตอนนี้อาของผมก็สลบไสลไม่ได้สติ ทำอะไรคุณไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้คุณเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา แค่รอให้เขาตาย คุณก็จะได้รับมรดกมหาศาลของเขา!”
ภาวิตจับมือเธออย่างตื่นเต้น “ถึงตอนนั้น ทุกอย่างของเขา ก็จะเป็นของเราไม่ใช่เหรอ? แล้วเราก็ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป!”
หทัยทิพย์นึกถึงภาพที่เขาแอบไปมีอะไรกับพิมลดา ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที
เธอหัวเราะเยาะพลางหรี่ตามองเขา
